การจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ การทำสัญญาอยู่ด้วยกัน

1. ในประเทศเนเธอร์แลนด์ มีการอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบตามกฎหมาย คือ

– การจดทะเบียนสมรส Huwelijk หรือ Trouwen

– การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ Geregistreerd partnerschap

– การใช้ชีวิตอาศัยอยู่ด้วยกัน Samenwonen

ในเนเธอร์แลนด์ ชาย-หญิง หรือ ชายสองคน หรือ หญิงสองคน สามารถจดทะเบียนสมรสกัน จดทะเบียนเป็นพาร์ทเนอร์กัน ทำสัญญาข้อตกลงในการอยู่ด้วยกัน (samenlevingscontract) ได้ หรือแม้แต่สามารถใช้ชีวิตอาศัยอยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องมีพันธะทางกฎหมายใดๆ ก็สามารถทำได้ได้เช่นกัน

การจดทะเบียนสมรส และ การจดทะเบียนพาร์เนอร์ มีความคล้ายกันอย่างมาก การจดทะเบียนทั้ง 2 แบบนี้ ต่างก็มีผลทางกฎหมาย มีขั้นตอนการจดทะเบียนคล้ายกัน แต่จะมีความแตกต่างก็ต่อเมื่อ คุณมีบุตรมาก่อน หรือมีบุตรร่วมกัน และเมื่อจดทะเบียนกันแล้ว คุณและคู่ชีวิตของคุณจะร่วมกันรับผิดชอบหนี้สินและทรัพย์สินร่วมกัน (ในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน) แบบ 50/50 ไปโดยอัตโนมัติ ทรัพย์สินหรือหนี้สินที่มีมาก่อนของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หากหย่าร้างกันขึ้นอีกฝ่ายไม่ต้องรับผิดชอบภาระในส่วนนั้น กฎนี้บังคับใช้เฉพาะสำหรับคนที่จดทะเบียนสมรส / พาร์ทเนอร์หลัง วันที่ 1 มกราคม 2561 (2018) 

– สำหรับการหย่าร้างในคู่ที่จดทะเบียนพาร์ทเนอร์กัน ไม่จำเป็นต้องขอคำสั่งของศาล ทั้งนี้ทั้งคู่จะต้องยินยอมและต้องไม่มีบุตรที่มี อายุต่ำกว่า 18 ปี ด้วยกันขณะหย่าร้าง จึงจะสามารถจบความสัมพันธ์และหย่าร้างกันได้นอกศาล แต่หากจดทะเบียนสมรส ต้องส่งเรื่องยื่นขอต่อศาล ให้ศาลสั่งจบความสัมพันธ์เท่านั้น

– การจดทะเบียนสมรส ทั้งคู่ จะต้องกล่าวคำ “ตกลง” (ja word) ยืนยัน แต่สำหรับการจดทะเบียนพาร์ทเนอร์มิได้บังคับ

– การจดทะเบียนพารทเนอร์ ไม่สามารถนำเอกสารไปปรับสถานภาพ การแต่งงาน (บันทึกฐานะแห่งครอบครัว) ที่ประเทศไทยได้ เนื่อง จากประเทศไทย ยังไม่มีกฎหมายรับรองการจดทะเบียนพาร์ทเนอร์

– การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ จะไม่มีการทำพิธีการ หรือ กล่าวดำเนินพิธีการใด ๆ จาก Ambtenaar หรือ เจ้าหน้าที่ กล่าวอธิบายอย่างง่าย คือ เข้าห้องลงลายมือชื่อต่อหน้า Ambtenaar เป็นอันเสร็จพิธีการ ไม่จำเป็นต้องจัดงานเลี้ยง หรือ เชิญแขกมาร่วมแสดงความยินดี ไม่ต้องวางแผนการแต่งงาน สวมชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าว 

หากคุณยังไม่มีความประสงค์จะจดทะเบียนสมรสหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ คุณก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ศึกษากันไปก่อน จนกว่าจะพร้อม หรืออาจจะใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ไปตลอดก็ได้ เพราะไม่มีเงื่อนไขของกฎหมายมาบังคับ

Samenlevingscontract

ระหว่างนี้หากคุณและคู่ของคุณอยากจะทำสัญญาอยู่ด้วยกันก็สามารถทำสัญญาข้อตกลงในการอยู่ด้วยกัน (Samenlevingscontract) เพื่อระบุข้อตกลงในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เช่น ค่าใช้จ่ายในบ้านใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ใครมีสิทธิในบัญชีธนาคารที่เปิดไว้ร่วมกัน หรือ ใครคือเจ้าของทรัพย์สินใด ๆ อย่างชัดเจน เป็นต้น ซี่งในการทำสัญญาขึ้นมาแบบนี้ สามารถร่างกันเองได้ ไม่จำเป็นต้องจัดทำโดยทนาย แต่ในบางกรณีจำเป็นต้องให้ทนายดำเนินการให้ เพราะเกี่ยวเนื่องกับบุคคลที่สาม เช่น คุณต้องการทำสัญญาเพื่อรับเงินเกษียณ เงินบำนาญ ของคู่ของคุณ อันนี้จำเป็นที่จะต้องมีทนายเพื่อจัดทำเอกสาร

การทำสัญญาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนี้ ใช้กันมากเมื่อมีเรื่องของ “เงิน” และ “ธุรกิจ” เข้ามาเกี่ยวข้องในคู่ที่ไม่อยากใช้การจดทะเบียนสมรส หรือการจดทะเบียนพาร์ทเนอร์มาเป็นหลักและข้อผูกมัดในทางกฎหมาย

การทำสัญญาชนิดนี้ สามารถทำได้โดยผ่าน notaris ออกมาเป็นสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปกติแล้วการทำสัญญาชนิดนี้จะมีผลให้คู่ที่อยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้สมรสหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์นั้น สามารถทำนิติกรรมร่วมกันทางกฎหมายได้เหมือนคู่สมรส/พาร์ทเนอร์ (ในบางหัวข้อที่ได้ตกลงกันไว้) เช่น เมื่อทั้งคู่จะซื้อบ้านด้วยกัน หรือเมื่อฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ และจะคลอดบุตร เป็นต้น

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นข้อสรุปให้เห็นถึงความแตกต่างคร่าวๆของ การจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ และ การทำสัญญา samenlevingscontract 

การใช้ชิวิตอยู่ด้วยกันเฉย ๆ เรียกว่า samenwonen แตกต่างกับการทำสัญญา samenlevingscontract กล่าวคือการทำสัญญา samenlevingcontract คือสัญญาตกลงรับผิดชอบหน้าที่ หรือ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ต่างกันกับ samenwonen คืออยู่ด้วยกันเฉย ๆ โดยไม่มีข้อตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น

เงื่อนไขสำคัญในการจดทะเบียนสมรส หรือ การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์

– คุณและคู่สมรสของคุณ ต้องโสด และไม่ได้มีการจดทะเบียนกับบุคคลอื่นอยู่

– คุณและคู่สมรสของคุณ ต้องมีอายุขั้นต่ำ 18 ปี

– หากคุณหรือคู่สมรสของคุณ อยู่ภายใต้สถานะ curatele (บุคคลที่ต้องมีผู้ปกครองในการตัดสินใจทำธุรกรรมต่างๆ) จะต้องได้รับอนุญาตจาก curator (ผู้ปกครอง) เสียก่อน จึงจะสามารถขอจดทะเบียนสมรสหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ได้

 – คุณและคู่สมรสของคุณ ต้องไม่เป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน

การจดทะเบียนกับคู่สมรสต่างชาติ หรือคุณอาศัยอยู่นอกประเทศเนเธอร์แลนด์

– หากคุณและคู่สมรสของคุณไม่ได้เป็นคนเนเธอร์แลนด์ คุณหรือคู่สมรมรส อย่างน้อย 1 คน ต้องอาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์

– หากคุณและคู่สมรสของคุณอาศัยอยู่นอกประเทศเนเธอร์แลนด์ คุณหรือคู่สมรสของคุณ อย่างน้อย 1 คน ต้องเป็นคนเนเธอร์แลนด์

– หากคุณเป็นต่างชาติ และต้องการจดทะเบียนในประเทศเนเธอร์แลนด์ คุณต้องยังมีสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวคือ บัตรผู้อยู่อาศัยของคุณยังไม่หมดอายุ จึงจะสามารถขอจดทะเบียนสมรสได้

ฝ่าย เนเธอร์แลนด์

สำหรับฝ่าย เนเธอร์แลนด์นั้น เอกสารส่วนใหญ่จะมีอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของเทศบาลเมือง หรือ Gemeente ที่อาศัยอยู่ อยู่แล้ว โดยมีเอกสารที่ต้องใช้ดังต่อไปนี้ 

– Passport หรือ บัตรประชาชน

– Passport หรือ บัตรประชาชน ของ พยาน อย่างน้อย 2 คน สูงสุด ไม่เกิน 4 คน

– Een echtscheidingsakte of akte van ontbinding van een geregistreerd partnerschap of een overlijdensakte หรือ ทะเบียนหย่า / ทะเบียนยกเลิกการเป็นพาร์เทเนอร์

– Een recent afschrift van uw geboorteakte ใบสูติบัตร

ฝ่าย ไทย

– Passport และ บัตรผู้อยู่อาศัย

– ใบสูติบัตรที่ผ่านการแปลและรับรอง

– ใบรับรองโสด ที่ผ่านการแปลและรับรอง

– ทะเบียนหย่า ที่ผ่านการแปลและรับรอง (ถ้ามี)

– ยื่นคำร้อง Voornemen huwelijk of geregistreerd partnerschap melden เพื่อขอจดทะเบียนสมรส / พาร์ทเนอร์ ต่อเจ้าหน้าที่พนักงานของเทศบาลเมือง หรือ Gemeente ที่คุณอาศัยอยู่ โดยจะต้องทำล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ก่อนวันที่คุณวางแผนจะจดทะเบียนสมรส/พาร์ทเนอร์

– กรอกเอกสาร het formulier ‘Melding van voorgenomen huwelijk หรือ เอกสารร้องขอการจดทะเบียนสมรส พร้อมทั้งลงลายมือชื่อของทั้งคู่

– ใช้ระยะเวลาขั้นต่ำ 2 สัปดาห์ หลังจากคุณยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรส/พาร์ทเนอร์ ทางเจ้าหน้าที่จึงจะยืนยันว่าคุณสามารถจดทะเบียนได้หรือไม่ แล้วจึงสามารถดำเนินการจดทะเบียนได้ แต่ในบางกรณีก็มีข้อยกเว้นให้จดทะเบียนได้ก่อน เช่น ได้รับการยืนยัน คู่สมรสของคุณป่วยหนักมากและมีความเป็นไปได้ที่จะเสียชีวิตในไม่ช้า

– คุณจะต้องมีพยานในการจดทะเบียนของคุณ ขั้นต่ำ 2 คน และมากที่สุดไม่เกิน 4 คน  พยานจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และจะต้องให้ชื่อและที่อยู่ต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน

– ในการจดทะเบียนสมรส เมื่อคุณยื่นคำร้องขอจดทะเบียน เจ้าหน้าที่จะนัดหมายวันจดทะเบียนสมรส และในวันนั้น คุณและคู่สมรสของคุณจะต้องมีการกล่าว คำยืนยัน (Ja word) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่พนักงาน แต่สำหรับการจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ ไม่มีข้อบังคับให้กล่าว

– ใบทะเบียนสมรสจะต้องมีการลงนามของคุณและคู่สมรสของคุณ รวมถึงพยาน และเจ้าหน้าที่พนักงาน จึงจะมีผลทางกฎหมายอย่างถูกต้อง

– ในการจดทะเบียนสมรสและการจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ ต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมให้แก่เทศบาลเมือง หรือ Gemeente แต่ในทุก ๆ เทศบาลเมืองก็จะมีวันที่สามารถจดทะเบียนสมรสหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ได้ฟรีปลอดค่าธรรมเนียมเช่นกัน สามารถสอบถามและตรวจสอบรายละเอียดกับเมืองที่คุณอยู่โดยตรง

– หลังจากจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่พนักงานแล้ว คุณสามารถไปจัดพิธีทางศาสนาในโบสถ์ได้ เพื่อขอรับพรได้อีก แต่จะไม่จัดก็ได้ ไม่มีข้อบังคับ

– คุณต้องมีอายุขั้นต่ำ 18 ปี

– คุณต้องไม่อยู่ในสถานะ curatele

– คุณต้องจัดทำสัญญาไปตามกฏของข้อกฏหมาย

– คุณสามารถจัดทำสัญญาข้อตกลงในการอยู่ด้วยกันกับบุคคลได้มากกว่า 1 คน พร้อม ๆ กัน

ขั้นตอนการทำสัญญาข้อตกลงในการอยู่ด้วยกัน (Samenlevingscontract) สามารถเลือกทำได้เอง ไม่จำเป็นต้องให้สำนักงานทนายความดำเนินการให้ แต่อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่า หากต้องการเขียนข้อตกลงเพื่อรับเงินเกษียณ เงินบำนาญของคู่ของคุณ ขอรับสิทธิต่าง ๆ แทนคู่ของคุณเมื่อเสียชีวิต จะต้องให้สำนักงานทนายความเป็นคนดำเนินการ

การจดทะเบียนสมรสที่เมืองไทยนั้น สามารถทำได้เช่นกัน โดยขั้นตอนเป็นดังต่อไปนี้

ฝ่าย ชาย/หญิง สัญชาติเนเธอร์แลนด์ 

เตรียมเอกสารดังต่อไปนี้มาจาก เนเธอร์แลนด์ โดยสามารถไปขอเอกสารเหล่านี้ได้จากทางเทศบาลเมือง หรือ Gemeente ที่อาศัยอยู่

– Passport

– ใบรับรองการเกิด หรือ ใบเกิด

– ใบรองรองโสด โดยที่ใบรับรองโสดจะต้องมีอายุไม่เกิน 12 เดือน

– ทะเบียนหย่า หากเคยผ่านการแต่งงานมาก่อน

ฝ่ายชาย/หญิง สัญชาติไทย 

มีเอกสารที่จะต้องเตรียมดังต่อไปนี้

– Passport

– ใบรองรองโสด ผ่านการแปล และรับรองจากกรมการกงสุล และ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอรแลนด์ที่ประเทศไทย

– ทะเบียนบ้าน ผ่านการแปล และรับรองจากกรมการกงสุล และ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอรแลนด์ที่ประเทศไทย

เมื่อมีเอกสารครบแล้ว ให้ทำการนัดหมายกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยเพื่อขอหนังสือรับรองความสามารถในการสมรส หรือ Certificate of legal capacity to marry  และนำเอกสารที่ได้ไปแปลและรับรองที่กรมการกงสุล หลังจากนั้นก็สามารถนำไปยื่นที่สำนักงานเขต เพื่อทำการจดทะเบียนสมรสได้

การยุติ/ยกเลิก สถานภาพการสมรส,การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ หรือ การยกเลิกสัญญาข้อตกลงในการอาศัยอยู่ด้วยกัน สามารถทำได้อย่างไร

การยุติการสมรส

คุณต้องดำเนินการผ่านศาล และจำเป็นต้องใช้ทนายความ แต่หากคุณยังไม่พร้อมที่จะหย่าร้างเพราะติดปัญหาทางการเงิน หรือคุณอาจต้องรอให้ขายบ้านหรือขายสมบัติแล้วแบ่งเงินกันถึงจะหย่ากันได้ กรณีนี้คุณสามารถแยกกันอยู่ได้ ซึ่งเรียกว่า scheiden van tafel en bed และคุณยังมีสถานภาพแต่งงานอยู่ แต่คุณไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกันแล้ว

 การยุติทะเบียนพาร์ทเนอร์

หากคุณทั้งคู่มีความเห็นตรงกันว่าจะยุติความสัมพันธ์ การยุติทะเบียนพาร์ทเนอร์ สามารถทำได้โดยไม่ต้องนำเรื่องขึ้นศาล แต่ในกรณีหากว่าคุณมีบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ด้วยกัน จำเป็นที่จะต้องยื่นเรื่องต่อศาล เกี่ยวกับแผนการดูแลปกครองบุตร หากศาลให้ความเห็นชอบแผนการปกครองบุตรของคุณ ศาลจะลงนามใช้อำนาจอนุมัติ แผนการดูแลปกครองบุตรของคุณ ซี่งจะมีขั้นตอนเช่นเดียวกับการหย่าร้างของคู่แต่งงานที่มีบุตร

การยุติทะเบียนพาร์ทเนอร์ ต้องใช้ทนายความดำเนินการ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ซึ่งคุณทั้งคู่ร่วมกับทนายความลงนามในคำแถลงการณ์บันทึกข้อตกลงที่สำคัญเช่น ทรัพย์สมบัติ ค่าเลี้ยงดูต่ออดีตคู่พาร์ทเนอร์ที่มีรายได้น้อยกว่าและการแบ่งส่วนเงินบำนาญ และ ทนายความจะยื่นแถลงการณ์ดังกล่าวต่อเทศบาลเมือง หรือ Gemeente ว่าคุณทั้งคู่มีข้อตกลงอะไรบ้าง จากนั้นจึงจะถือว่าเป็นการยุติทะเบียนพาร์ทเนอร์

หากว่าหนึ่งในคุณทั้งคู่ ไม่เห็นด้วยในการยุติทะเบียนพาร์ทเนอร์ ฝ่ายที่ต้องการยุติต้องส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาลและมีขั้นตอนเช่นเดียวกันกับการหย่าร้างของการแต่งงาน

การยุติสัญญาข้อตกลงการอยุ่ด้วยกัน

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถยุติขอตกลงการอยู่ร่วมกันได้แม้ทางจดหมาย ผลต่อการยุติสัญญาจะถูกระบุไวแล้วเมื่อ เริ่มทำสัญญาผ่านทางโนตาริส

การจดทะเบียนสมรสและทะเบียนพาร์ทเนอร์

หน้าที่ในการดูแลและเลี้ยงดูอดีตคู่สมรสหรือพาร์ทเนอร์ที่มีรายได้น้อยไม่เพียงพอในการดำรงชีพ หลังจากหย่าร้าง ผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าจะได้รับเงินบางส่วนจากอดีตคู่สมรสหรือพาร์ทเนอร์เดิม ซึ่งเรียกว่า ค่าเลี้ยงดู (Alimentatie) ส่วนแบ่งของเงินบำนาญ ในระหวางชีวิตสมรสหรือทะเบียนพาร์ทเนอร์ได้มีการสะสมเงินบำนาญกันไว้ เมื่อคุณหย่ารางกัน เงินส่วนนี้จะถูกแบ่งด้วย

หากมีสัญญาข้อตกลงอยู่ด้วยกัน

เมื่อยุติสัญญา คุณไม่มีสิทธิและหน้าที่ต่อกันแล้ว ยกเว้นว่าในสัญญาได้มีการระบุไว้ เช่น คุณตกลงกันว่าจะมีการแบ่งสิ่งของ และมีการระบุไว้ว่าใครจะเป็นคนอยู่บ้านต่อได้ หรือ คุณจะได้รับค่าเลี้ยงดูจากอดีตพาร์ทเนอร์-ของคุณหรือไม่

บุตร

สิทธิและหน้าที่ต่อบุตรที่มีร่วมกัน ยังคงอยู่หลายอย่างหลังจากหย่าร้าง ไม่ว่าคุณจะมีทะเบียนสมรสหรือไม่ก็ตาม ความสัมพันธ์ทางครอบครัวและสิทธิในตัวบุตรก็ยังคงอยู่ความรับผิดชอบต่อบุตรยังคงอยู่ แม้ทางกฎหมายจะแยกสิทธิของคุณต่อบุตรหลังจากหย่าร้าง บางกรณีศาลอาจจะกำหนดสิทธิให้ใครเป็นผู้ดูแลบุตรและใครมีสิทธิมาเยี่ยมมาเจอบุตรได้ ซึ่งอีกฝ่ายจะต้องยินยอมและพาบุตรไปพบอีกฝ่าย คุณยังมีหน้าที่และอบรมบุตรของคุณ รวมถึงการดูแลค่าใช้จ่ายจนกระทั่งบุตรมีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ เมื่อคุณหย่าร้าง ต้องมีการจ่ายค่าเลี้ยงดูบางส่วนให้แก่ฝ่ายที่ได้สิทธิดูแลบุตร คุณสามารถตกลงกันได้ว่าค่าเลี้ยงดูจะเป็นจำนวนเท่าไร หากไม่สามารถตกลงกันได้ด้วยดี คุณจะต้องยื่นฟ้องต่อศาลให้ตัดสินให้

การจดทะเบียนสมรสหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ตามกฎหมายในเนเธอร์แลนด์ คุณสามารถเลือกเงื่อนไขได้ ดังต่อไปนี้

– แต่งงานแบบแบ่งสมบัติและหนี้สิน

– แต่งงานจดทะเบียนแบบมีเงื่อนไข

 

การสมรสก่อน 1 มกราคม 2561 (2018) ตามกฎหมายถ้าไม่มีการทำเอกสารลงทะเบียนใด ๆ คุณได้

– จดทะเบียนแบบแบ่งสมบัติและหนี้สิน

– มรดกและทรัพย์สินตกทอดจัดเป็นส่วนหนึ่งของสมบัติที่มีร่วมกัน ในบางกรณีอาจเข้าการยกเว้น เช่น การรับมรดกจากผู้ให้ที่ได้มีการระบุชัดเจนในพินัยกรรม

– บริษัทของคุณเอง ตกเป็นทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องมีการแบ่งกัน

– กรณีที่มีการหย่าร้าง ทั้งทรัพย์สินและหนี้สินจะหารครึ่งทั้งหมด

 

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 (2018) มีการจำกัดการแบ่งทรัพย์สินและหนี้สิน ดังนี้

– ทรัพย์สินและหนี้สินก่อนการแต่งงาน ถือเป็นสินทรัพย์ส่วนบุคคล

– มรดกและทรัพย์สินตกทอด ก่อนหรือหลังแต่งงานเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ผู้ให้มรดกสามารถระบุในพินัยกรรมได้ว่าคู่สมรสจะมีส่วนในทรัพย์สมบัตินั้น ๆ หรือไม่

– กิจการบริษัทของคุณก่อนการจดทะเบียน ถือเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล

– กรณีการหย่าร้าง คู่สมรสจะหารครึ่งทรัพย์สินและหนี้สินในระยะเวลาหลังการจดทะเบียนเท่านั้น

การพิสูจน์หลักฐานของทรัพย์สินส่วนบุคคล

ในกรณีของการหย่าร้าง คุณต้องสามารถแสดงให้เห็นว่าเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล เช่นใบแสดงการซื้อขาย หรือพินัยกรรมการรับมรดกตกทอด

ทั้งนี้และทั้งนั้น คุณสามารถทำเรื่องที่สำนักงานกฎหมายถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ในการแต่งงานได้เสมอ

BE OUR SPONSORS ?

สนใจเป็นผู้สนับสนุน กับไทสมม ติดต่อ thaisestichting(@)gmail.com