วันนี้เสนอหลักการแต่งประโยคที่ซับซ้อนขึ้น ถ้ารู้หลักนี้แล้วทำข้อสอบการเขียนได้ง่ายขึ้นแน่นอนค่ะ

นั่นคือ มาทำความรู้จักคำที่เราใช้ในการเชื่อมประโยคกันค่ะ คำนี้ภาษาไทยเรียกว่าคำสันธาน Voegwoord มันจะเชื่อมประโยค hoofdzin เข้าด้วยกัน เป็นแบบที่เรียกว่า ประโยคความรวม  

Hoofdzin

คือประโยคหลัก ที่ตัวมันเองมีทั้งประธาน และกริยาที่ต้องผัน ที่เรียกว่า  persoonsvorm  เป็นของตัวเอง

คำเชื่อมสำหรับประโยคความรวม ก้อจะทำการรวม hoofdzin อย่างน้อยสองประโยคเข้าด้วยกัน ด้วยคำว่า

En

เมื่อจะรวมสองประโยคที่เกิดขึ้นด้วยกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน

Ik ben aan het koken en mijn man is aan het douchen. 

Maar  

เมื่อจะรวมสองประโยคที่เกิดด้วยกัน แต่ไปกันคนละทาง มีข้อความที่ย้อนแย้ง ขัดกัน

Ik hou niet van camperen maar mijn kinderen wil het graag.

 Of  

เมื่อจะรวมสองประโยคที่ต้องเลือกเอา ประโยคใดประโยคหนึ่งนั้น

Wil je thuis eten of gaan we naar een restaurant? 

Want 

สำหรับการแสดงความเกี่ยวข้อง ด้วยการบอกสาเหตุ 

Wij moeten thuis eten want het restaurant zit vol.  

Dus

สำหรับการแสดงความเกี่ยวข้อง แต่ด้วยการบอกผล หรือข้อสรุป ที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด

Het wordt druk in het restaurant  dus we eten thuis.

แบบแรกนั้นไม่ยากมาก และใช้ได้โดยไม่ต้องระมัดระวัง แต่เมื่อเราใช้ภาษาต่อไปเรื่อยๆ ประโยคของเราก็จะซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้สื่อได้ถึงถ้อยความที่เราต้องการ ประโยคแบบต่อมา เรียกว่าประโยคความซ้อน เพราะมันมีประโยคหลัก  hoofdzin แค่ประโยคเดียว ที่เหลือจะเป็น bijzin (หรือ bijzinnen เพราะมันสามารถจะมีหลายอนุประโยคก็ได้)  

bijzin

หรืออนุประโยค คืออะไร คือประโยคที่ การวางตำแหน่งของกริยาที่ต้องผัน  persoonsvorm จะถูกผลักให้ไปอยู่ท้ายประโยค เราจะสังเกตุได้ โดยมันจะตามหลังคำเชื่อมเหล่านี้ ซึ่งแยกตามหลักการใช้ 

ข้อสังเกต

**  persoonsvorm อาจจะไม่อยู่ท้ายสุดของประโยคได้ หากว่ามีคำกริยา infinitief อื่นๆ ตามมาอีก  

** ในกรณีที่ประโยคซับซ้อน และมีคำว่า om, met เข้ามาเพื่อขยายประโยคเพิ่ม สามารถยกเว้นให้ persoonsvorm อยู่หน้าส่วนขยายที่จะตามมาเหล่านั้นได้

1. เมื่อใช้เวลาเป็นตัวระบุ

wanneer แปลว่า เมื่อ

Ik zal niet weten wanneer ik klaar ben om het inburgeringsexamen te doen. 

als  แปลว่า ถ้า ในบางกรณีใช้ แทน wanneer ได้

Wij zullen uit gaan eten, als het mooi weer is.  

terwijl แปลว่าระหว่างที่ ใช้สำหรับกริยาที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองประโยค

Ik schil de aardappels, terwijl jij de groente schoonmaakt

zodra  แปลว่าทันทีที่ ใช้กับกริยาในอนุประโยคที่เกิดก่อนประโยคหลัก

Ik kom naar huis zodra ik klaar ben met mijn rijles. 

voordat  แปลว่า ก่อนที่จะ ใช้กับกริยาในอนุประโยคที่เกิดทีหลังจากประโยคหลัก

Ik was altijd mijn handen, voordat ik ga eten.

Voor ใช้เหมือนกับ voordat 

Ik poets mijn tanden, voor ik naar bed ga.

Nu แปลว่า ตอนนี้ อย่างที่เป็นในเวลานี้ ดังจะเห็นได้ว่า

Hij is serieus met onze relatie, nu wij getrouwd zijn.  

Toen แปลว่า ตอนนั้น ในเวลานั้น 

Ik wilde het jou ook al vertellen, toen jij mij belde

Nadat  แปลว่าหลังจากที่ ใช้กับกริยาในอนุประโยคที่เกิดก่อน ประโยคหลัก คล้ายกับ zodra

Ik doe de deur op slot, nadat ik het deurgordijn dicht doe

2. แบบที่ใช้ระยะเวลาเป็นตัวกำหนด

zolang als  แปลว่า ตราบเท่าที่, นานจนกว่า  ใช้กับจุดสุดท้ายของกริยานั้นๆ

Het is stil in mijn huis, zolang als mijn vogel nog slaapt. 

Totdat แปลว่า จนกระทั่ง จะตรงข้ามกับ zolang als, totdat มันจะใช้กับจุดเริ่มต้นของกริยานั้น

Het is stil in mijn huis, totdat mijn vogel wakker is.  

ถ้าสังเกตุจะเห็นว่าทั้งสองตัวนี้ 

Sinds  แปลว่า เริ่มตั้งแต่ 

Ik was verliefd op je, sinds ik je voor het eerst zag.

3. แบบทึ่ใช้แสดงความเห็นเหตุผล หรือความเกี่ยวเนื่องกัน

Doordat แปลว่า เหตุว่า ใช้บอกสาเหตุ

Kom niet te vroeg, doordat we tijd nodig hebben

omdat แปลว่า เพราะว่า เห็นได้ชัดว่าใช้บอกสาเหตุ

Kom niet te vroeg, omdat we tijd nodig hebben

zodat แปลว่า เพื่อที่ว่า ใช้บอกผลที่จะเกิด

Kom niet te vroeg, zodat we genoeg tijd te voorbereiden hebben

zo..... dat  แปลว่า ....มาก จนกระทั่ง ใช้บอกผลสรุปเช่นกันค่ะ 

Kom niet zo vroeg dat we niet genoeg tijd te voorbereiden hebben

waardoor แปลว่า ด้วยเหตุนั้นจึง ใช้บอกผล 

Kom niet te vroeg, waardoor we genoeg tijd te voorbereiden hebben

opdat  แปลว่า เพื่อที่ว่า ใช้บอกผลสรุป 

Kom niet te vroeg, opdat we genoeg tijd te voorbereiden hebben.

4. การใช้เพื่อบอกเงื่อนไข

als แปลว่าถ้า, หากว่า

Je mag naar buiten, als je huiswerk klaar is

indien แปลว่า ในกรณีที่ als 

Je mag naar buiten, indien je huiswerk klaar is

Mits แปลว่า หากว่า ใช้เหมือนกับ als  

Je mag naar buiten, mits je huiswerk klaar is.  

จะเห็นว่าทั้งสามตัวข้างต้น ใช้แทนกันได้ แต่ตัดถัดไป จะแปลตรงกันข้ามกัน

tenzij  ตัวมันเอง แปลว่า als....niet  ถ้าไม่....

Je mag niet naar buiten, tenzij je huiswerk klaar is.

5. แบบที่ใช้แสดงความย้อนแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด

hoewel แปลว่า แม้ว่า 

Ze gaat haar vader op bezoek in het bejaardehuis, hoewel ze niet welkom is.

ofschoon แปลว่า ทั้งๆ ที่

Hij gaat zingen op het feest, ofschoon niemand hem gevraagd heeft

ondanks dat  แปลว่า แม้ว่า (อันนี้จะต้องมี dat เสมอ ใช้ไม่เหมือนกับ ondanks หรือ dankzij เพราะสองตัวนี้จะตามด้วยคำนาม)

Ik blijf studeren, ondanks dat ik mijn diploma al gehaald heb

6. แบบนี้ใช้เพื่อแสดงความเหมือน หรือชี้แสดงตัวอย่าง

zoals  แปลว่า เช่นที่ อย่างเช่น

Je moet nette kleding dragen, zoals je bij een jobinterview zal dragen

alsof แปลว่า ราวกับว่า เหมือนกับว่า 

Je eet, alsof je voor een week lang niet gegeten hebt

7. ใช้เพื่อบอกการเล่าเรื่อง หรือความคิดที่สื่อออกมา

แบบนี้จะเจอบ่อยที่สุด โดยแยกเป็นสองแบบ

dat บอกสิ่งที่มั่นใจ หรือ มีความแน่นอนกว่า ที่จะเกิด หรือได้เกิดไปแล้ว

Papa zegt dat we allemaal naar Amerika gaan verhuizen.  

Het is zo leuk dat wij weer samen zijn.

Of  เพื่อบอกสิ่งที่อาจจะเกิด หรือไม่เกิด ก็ตาม แสดงความไม่แน่ใจ 

Ik vraag me af of het goed is om nu opreis te gaan

Het is niet zeker of de vaccinatie werkt.

เรียบเรียงโดย

เรียบเรียงโดย

กชกร ชอบธรรม