สวยหน้าร้อน ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด

พอพูดถึงหน้าร้อนแล้ว เราก็มักจะนึกถึงอากาศร้อนที่มาพร้อมกับแสงแดดแน่นอนค่ะ วันนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับความสำคัญของครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าและแนะนำครีมกันแดดแบบไหนที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิวกันนะคะ โดยเฉพาะที่เนเธอร์แลนด์ แดดนี่ร้อนแรงและแผดเผาไม่ต่างจากอยู่เมืองไทยเท่าไหร่เลยนะคะ ว่ามั้ย

จริงๆแล้วครีมกันแดดนั้นมีความสำคัญมากๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ในฤดูไหนนะคะ เพราะรังสีวีที่มากับแดดนั้นไม่ได้มาเฉพาะหน้าร้อนแต่อย่างใดค่ะ ครีมกันแดดนั้นนอกจากจะช่วยป้องกันผิวไหม้จากแสงแดดแล้ว ยังมีคุณสมบัติอื่นๆอีกด้วยนะคะ ตัวอย่างเช่น

  • เป็นเกราะป้องกันผิวจากรังสี UV อันตราย
  • ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง
  • ลดการเกิดจุดด่างดำบนใบหน้า
  • ป้องกันผิวไหม้
  • ป้องกันผิวหมองคล้ำ
  • บำรุงผิวให้แข็งแรง

ครีมกันแดด (Sunscreen) คือ สารที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวี (Ultraviolet Radiation: UV) โดยช่วยให้ผิวไม่ถูกแสงแดดทำลายจนไหม้หรือเกิดจุดด่างดำต่าง ๆ รวมทั้งลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง ส่วนผสมที่อยู่ในครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต ปกป้องชั้นผิวที่อยู่ลึก หรือสะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลตกลับออกไป ทั้งนี้ ครีมกันแดดมีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ โลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง หรือสเปรย์

เห็นมั้ยคะว่าประโยชน์ของครีมกันแดดนั้นมีมากมายทีเดียวค่ะ ส่วนตัวผู้เขียนเองถ้าต้องให้เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าได้เพียงอย่างเดียวก็จะเลือกเป็นครีมกันแดดค่ะ หรือไม่ก็เป็นครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดค่ะ เพราะอย่างน้อยก็ทั้งช่วยบำรุงและป้องกันอันตรายจากรังสียูวีด้วยค่ะ

ประเภทของรังสียูวี : รังสี UVA , UVB , UVC คืออะไร

รังสียูวีที่พบมากที่สุดคือรังสียูวีในแสงแดด ซึ่งจะมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ UVA, UVB และ UVC

  • รังสี UVA : มีความยาวคลื่นที่ยาวกว่า UVB มากมันจึงสามารถทะลุผ่านชั้นหนังแท้ (Dermis) ที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้าได้ ซึ่งมันเป็นรังสีที่ทำลายเซลล์ผิวของคุณอย่างถาวร สร้างริ้วรอยแห่งวัยและจุดด่างดำได้
  • รังสี UVB : มีความยาวคลื่นสั้น มันจึงสามารถทำลายไดเแค่ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ที่เป็นชั้นนอกสุดของผิวหนัง เมื่อผิวของคุณโดนรังสี UVB ส่งผลให้ผิวไหม้แดดและแสบร้อนได้
  • รังสี UVC : แม้ว่า UVC จากดวงอาทิตย์จะมาไม่ถึงเรา แต่รังสี UVC จากแหล่งกำเนิดแสงเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นเช่นหลอดไฟหรือเลเซอร์ ก็สามารถทำลายผิวหนังของคุณได้เช่นกัน มันอาจทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรง และบาดเจ็บที่ดวงตาได้ อีกทั้งหลอด UVC ในบางประเภทอาจปล่อยรังสี UVB ในปริมาณเล็กน้อยออกมาด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังจากการได้รับรังสี UVB สะสมได้เช่นกันค่ะ 

เห็นมั้ยคะว่า ถึงไม่ใช่ช่วงหน้าร้อนหรือคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆ เราก็มีโอกาสได้เจอกับรังสี UV อยู่เช่นกันนะคะ

ค่าป้องกันแสงแดดหรือค่า SPF คืออะไร

ครีมกันแดดจะมีค่าป้องกันแสงแดดหรือค่า SPF (Sun-Protection Factor: SPF) ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ โดยค่า SPF คือตัวเลขที่ใช้บอกระดับการปกป้องผิวจากแสงแดด ตัวเลขที่ต่างกันนั้นประเมินจากการป้องกันรังสียูวีบีว่าป้องกันได้มากกว่าปกติกี่เท่า อย่างไรก็ตาม ค่า SPF ไม่ได้แสดงประสิทธิภาพของการป้องกันรังสียูวีเอ เช่น ผู้ที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดจะมีผิวหนังแดงหลังตากแดดเป็นเวลา 15 นาที ส่วนผู้ที่ใช้ครีมกันแดดที่ค่า SPF 30 จะเกิดอาการดังกล่าวหลังตากแดดเป็นเวลา 450 นาที โดยคิดจากเวลาปกติที่ผิวหนังทนต่อแสงแดดได้คูณกับค่า SPF ที่ปกป้องผิวจากแสงแดดได้มากถึง 30 เท่า นอกจากนี้ การปกป้องผิวจากแสงแดดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ ระยะเวลาที่ออกแดด ช่วงเวลาที่ออกแดด สภาพแวดล้อม ฤดูกาล และอากาศ อีกทั้งยังมีระดับความแรงของแสงแดด การเสียดสีสัมผัส เหงื่อ หรือน้ำ ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพของค่า SPF ในครีมกันแดดที่ใช้ทาจริงต่ำกว่าค่าที่ได้จากห้องทดลอง ผู้ที่ใช้ครีมกันแดดจึงควรเลี่ยงอยู่กลางแจ้งที่มีแดดจ้าเป็นเวลานาน และต้องทาครีมกันแดดซ้ำอยู่เสมอ หรือทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง

ข้อควรคำนึงเกี่ยวกับ SPF

  • ค่า SPF ที่ระบุจะน้อยหรือมากเท่าใด ก็ไม่ได้สามารถกรองหรือป้องกันรังสี UV ได้ 100%
  • SPF บ่งบอกประสิทธิภาพการกันรังสี UVB เท่านั้น เพราะเป็นค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาที่เกิดอาการผิวหนังไหม้แดด ซึ่งเกิดได้เฉพาะรังสี UVB จึงไม่สามารถบ่งบอกความสามรถในการกันรังสี UVA ได้
  • การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงหรือประสิทธิภาพสูงเพียงใด ก็ไม่สามารถช่วยลดปัญหาของผิวหน้าจากแสงแดดได้ เพราะปัญหาผิวหน้าไม่ได้มาจากรังสี UVA และUVB เท่านั้น ซึ่งยังมีรังสีอื่น และปัจจัยอย่างอื่นที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าได้เช่นกัน
  • การทาครีมกันแดดในแต่ละคนอาจมีความหนาบางไม่เท่ากันหรือบางคนอาจทาหนาหรือบางกว่าค่ามาตรฐานการทาของการวัดค่า SPF คือ 2 มิลลิกรัม/ตารางเซนติเมตรผิวหนัง ดังนั้น หลังทาครีมกันแดดแล้ว ประสิทธิภาพการกันแดดหรือค่า SPF จะไม่ตรงตามที่ระบุได้

ที่นี้เรามาพูดถึงทริคในการเลือกครีมกันแดดกันบ้างดีกว่าค่ะ

  • เช็คค่า SPF : โดยปกติเวลาเราเลือกครีมกันแดดเราก็มักจะดูค่า SPF กันก่อนอยู่แล้ว ค่านี้จะบอกระยะเวลาที่ผิวสามารถทนแสงแดดได้ เช่น SPF50 จากปกติที่เคยทนแดดได้ประมาณ 15 นาที ก็จะทนได้ 50 x 15 = 750 นาทีค่ะ (แต่ก็แนะนำให้ทาซ้ำบ่อยๆ ระหว่างวันนะ)
  • เช็กค่า PA : ค่า PA จะวัดกันที่ความแรงของแสงแดดค่ะ ค่าสูงสุดตอนนี้คือ PA++++ สำหรับคนทำกิจกรรมกลางแจ้ง ดังนั้นใครที่ไม่ได้โดนแดดจ้าจนาดนั้นก็สามารถลด PA ลงได้นะ
  • เช็กประเภทครีมกันแดด : เพราะครีมกันแดดจะมีทั้งแบบ Physical และ Chemical ซึ่งป้องกันแดดด้วยวิธีต่างกัน โดยแบบแรกจะเหนียวกว่า แต่ไม่ทำร้ายผิว ส่วนแบบที่สองจะไม่เหนียวเท่าแบบแรก แต่บางคนอาจแพ้สารเคมีได้ค่ะ
  • สภาพผิวกับครีมกันแดด : เพราะครีมกันแดดมีเนื้อสัมผัสหลายแบบ ทั้งเจล ครีม ฟองน้ำนม สเปรย์ ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา ให้สามารถใช้ได้อย่างสบายผิว และไม่เกิดอาการแพ้ค่ะ 

สรุปเลือกค่า SPF / PA เท่าไหร่ดี

  • ค่า SPF อย่างน้อย 30 สำหรับการป้องกัน UVB
  • ค่า PA อย่างน้อย +++ สำหรับการป้องกัน UVA
  • หากต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งตากแดดเป็นเวลานาน ๆ แนะนำ SPF 50 ขึ้นไป และค่า PA ++++

ส่วนครีมกันแดดสำหรับผิวหน้ายี่ห้อไหนดีที่น่าลองและหาซื้อที่ไหนได้บ้าง วันนี้เรามีมาแนะนำถึง 7 ผลิตภัณฑ์ด้วยกันค่ะ

  • Shiseido Expert Sun Protector Face and Body Lotion SPF50+

กันแดดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SynchroShield™ ความพิเศษอยู่ที่เทคโนโลยีนี้จะผสานการทำงานระหว่าง Heatforce & Wetforce technology ซึ่งแปลว่า เมื่อผิวสัมผัสน้ำ เหงื่อ หรือเจอแดดจัด กันแดดตัวนี้ก็จะยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องมากขึ้น และยังเหมาะกับการไปทะเล หรือคนที่ออกกำลังหนักๆ ด้วยประสิทธิภาพในการกันน้ำสูง (very water-resistant) 

  •  Avène Very High Protection Cleanance SPF50+ Sun Cream for Blemish-Prone Skin

กันแดดเนื้อบางเบา เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ไม่มีสารก่อระคายเคืองอย่าง น้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน แต่มีสารช่วยลดการระคายเคืองและลดการอักเสบ 

  • La Roche-Posay Anthelios XL Dry Touch Gel-Cream SPF 50+

ปกป้องผิวจากรังสีอินฟราเรด รังสี UVA รังสี UVB รวมถึงมลภาวะต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดฝ้า และจุดด่างดำบนผิว 

  • Caudalie Milky Sun Spray SPF 50 

กันแดดน้ำนมที่มาในรูปแบบของสเปรย์ ที่สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ปราศจากแอลกฮอล์และซิลิโคน

  •  Clinique Super City Block SPF40

กันแดดสูตรบางเบา ป้องกันมลภาวะระหว่างวันที่พยายามทำร้ายผิวหน้า ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส ดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ปราศจากน้ำมัน น้ำหอม 100% ลดสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง เพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ 

  • Eucerin Sun Sensitive Protect Fluid SPF 50+ 

ครีมกันแดดแบรนด์เวชสำอางสำหรับ ‘ผิวแพ้ง่าย’ โดยเฉพาะ ตัวเนื้อครีมเป็นแบบ Fluid สูตรกันน้ำ ปราศจากส่วนผสมที่อันตรายต่อผิว ช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่กวนใจเรา ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า กระ หรือความหมองคล้ำ ทาปุ๊บซึมปั๊บ พร้อมปกป้องผิวยาวๆ 8 ชั่วโมง

  • CAUDALIE Anti-Wrinkle Face Suncare SPF50

ครีมกันแดดทรงประสิทธิภาพ สูตรธรรมชาติ ผสานการบำรุงที่ช่วยปกป้องริ้วรอยและต่อต้านอนุมูลอิสระ ผสานการบำรุงที่ช่วยปกป้องริ้วรอยและต่อต้านอนุมูลอิสระ

  • CLARINS UV PLUS [5P] ANTI-POLLUTION SPF50 PA+++

มีจุดเด่นคือช่วยปกป้องผิวจาก 5 มลภาวะที่พบในชีวิตประจำวัน ได้แก่  มลภาวะในบรรยากาศ, ในที่ร่ม, ละอองเกสรดอกไม้แสงสีฟ้าและมลภาวะทางแสง กป้องผิวให้แข็งแรงมากถึง 64 % และช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวสมดุลมากถึง 74% เนื้อสัมผัสเจลครีมบางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างดีเยี่ยม ไม่รู้สึกหนักผิว

  • KIEHLS Ultra-Light Daily UV Defense SPF 50 PA++++ with Anti-Pollution

ครีมกันแดดสำหรับคนผิวหน้ามัน ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันและไม่ก่อให้เกิดสิวด้วย เนื้อสัมผัสฟลูอิดบางเบาเป็นพิเศษ ซึมซาบไว ไม่ทิ้งคราบ เป็นครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ น้ำหอม สี และพาราเบน แม้สภาพผิวบอบบางก็สามารถให้ได้

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับบทความเกี่ยวกับความสำคัญของครีมกันแดดผิวหน้าที่ทางผู้เขียนได้รวบรวมมาให้ได้อ่าน พร้อมทั้งแนะนำครีมกันแดดถึง 9 ผลิตภัณฑ์ด้วยกันเลยนะคะ จัดเต็มมาให้ทุกคนพร้อมสวย ผิวสุขภาพดีต้อนรับหน้าร้อนกันขนาดนี้แล้ว หวังว่าทุกท่านจะมาให้ความสำคัญของการบำรุงผิวหน้าและไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดในทุกๆวัน ไม่ว่าเราจะอยู่ในฤดูไหนกันนะคะ 

วันนี้ขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับบทความดีๆที่เราจะสรรหามาแบ่งปันให้กับทุกท่านนะคะ

ปวีณา ศรีวิชัย

เรียบเรียง